–in my CoConut Shell–


ในครั้งแรกที่พบกัน
December 8, 2006, 6:18 am
Filed under: Uncategorized

ถึงมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน

               

ทุกท่านที่ได้รับเมลล์เชิญชวนเข้ามาเยี่ยมชมเยี่ยมอ่านใน Blog นี้

คือคนที่ผมได้ไตร่ตรองดูแล้วว่า ท่านน่าจะพอเข้าใจในสิ่งที่ผมเล่าผ่านตัวหนังสือ

เข้าใจในนิยามนี้ของผม คือ อ่านเสร็จแล้วไม่เลิกคบกับผม

ก่อนอื่นต้องขอเล่าที่มาของการเขียน Blog นี้ก่อน ที่มาคือ นิ้วกลมครับ…

สำหรับท่านที่ชอบอ่านหนังสือคงรู้จักนิ้วกลม เพราะคนเค้าดัง เพราะงานเค้าดีครับ

แต่สำหรับพวกที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ และมี Pocket Book เป็นของตัวเองไม่เกินสามเล่ม

(และที่มีก็ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าหนังสือดีหรือไม่) คงจะไม่รู้จัก

นิ้วกลมเป็นนักเขียนคนนึงครับ เท่าที่ทราบ

นิ้วกลมมีงานเขียนคอลัมม์อยู่ที่เดียวในนิตยสารยอดนิยมเล่มหนึ่ง 

ยอดนิยมขนาดรายการแฟนพันธุ์แท้ยังเอาไปออกรายการ…

ทู้กๆๆๆๆๆๆ ถูกต้องแล้วครับ นิตยสารที่ผมหมายถึงคือ a day 

พอดีนึกอะไรเกี่ยวกับ a day ขึ้นได้ ขอแซวในวงเล็บหน่อยนะครับ (

ไม่รู้มีวาระซ่อนเร้นอะไรกันหรือป่าว

เพราะทันทีที่รายการแฟนพันธุ์แท้มี แฟนพันธุ์แท้ ตอน a day”

a day ก็สนองกลับมาด้วย “a day ฉบับแฟนพันธุ์แท้

เย๊ย !!!! นี่มันเข้าข่ายผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือป่าวครับท่านผู้อ่าน…

แหม…ล้อเล่นนะครับแฟนหนังสือ a day ทุกท่าน

รวมถึง คุณนิ้วกลม – – ในกรณีที่คุณนิ้วกลมแวะเข้ามาอ่าน

ธรรมดาโลกน่ะครับ ที่ต้องมี น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

ซึ่งผมคิดว่าน้ำกับเรือ (หรือจะเป็นเสือกับป่า) ในคู่กรณีนี้

ดูดีมีสง่าไม่น่ารังเกียจครับ ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะ

1. การตอบแทนกันครั้งนี้ไม่มีใครได้รับผลเสียหาย

(แค่แอบรู้สึกในใจว่า แหม…เล่นกันงี้เลยเหรอวะ)                

2. ของเค้าดีจริง ทั้งคู่เลยครับ ที่ปาดอกไม้ใส่กันเลยดูไม่เกินเลยไปนัก               

3. เค้าฮั้วกันอย่างโป๊มากครับ เห็นกันจะๆไม่ได้หลบๆซ่อนๆไม่เหมือนกับน้ำเรือ

(ไม่ใช่สิ…น่าจะเป็น เสือกับสิง หรือกระทิงกับแรด ดูจะเหมาะกว่า)

ที่เราเห็นกันอยู่ดาษดาในสังคมไทย…หยุดๆๆๆๆ ไม่เอาๆๆๆๆ

ผมจะพยายามไม่พูดถึงเรื่องการเมืองใน Blog ของผม

………

………

เมื่อกี้ขอเวลานอก ไปเปิด พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542

เล่มหนาขนาด 8 เซนติเมตร 8 มิลลิเมตร เล่มที่ลงนามโดยอดีตนายกหน้าเหลี่ยมสุดที่รักของผม

เพื่อตรวจดูว่าผมเขียนคำว่า ดาษดา ถูกต้องหรือไม่  ขอเล่าได้มั๊ยครับ มองซ้ายมองขวาไม่ใครคัดค้าน…งั้นผมเล่าเลยแล้วกันนะครับ  ขอแทรกถ้าผมเปรยกับฝูงเพื่อนผมบางฝูงที่มีความกวนเบื้องต่ำอยู่ในกมลฯ

ว่า ของเล่าได้ป่าวไวกว่าความเร็วมาตรฐานของมือชายไทยเวลาไปเที่ยวคาราโอเกะ

ที่ไม่ได้ตั้งใจไปร้องเพลงก็จะมีเสียงตอบกลับว่า ได้ดิ เอาโซดาน้ำหรือโซดาอย่างเดียว ครับ…ที่ผมเป็นอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะเพื่อนครับเพราะฉะนั้นถ้าต่อจากบรรทัดนี้ไปใครจะสดุดีผม

ผมขอยกความดีความชอบให้บรรดาเพื่อนของผมทั้งหมด

โดยเฉพาะ เพื่อนๆที่ EGMU 08

ขอต่อ  พจนานุกรมฉบับนี้ผมซื้อมาเกือบ 2 ปีแล้วครับ ด้วยหมายจะใช้ประโยชน์ในการเขียนหนังสือ

แต่จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้ใช้มัน

ซึ่งจะเท่ากับ…จนแล้วจนรอดผมก็ยังไม่ได้เขียนหนังสือ

เศร้า 😦

โปรดลุกครับ โปรดลุกจากเก้าอี้ของท่าน และยืนสงบนิ่ง 3.1425 นาที

ไว้อาลัยให้กับความไม่เอาไหนของผม…

สาเหตุที่ผมรู้สึกว่าการสะกดภาษาไทยผิด เป็นอาชญากรรม

ก็เพราะคนคนนี้เลยครับ… คุณ วาด รวี ครับ

ชื่อนี้อาจจะไม่โดนใจวัยรุ่นเท่าคุณนิ้วกลม

เพราะหนังสือของพี่เค้าจะเข้มๆ สไตล์ Open ครับ

(Open คือชื่อสำนักพิมพ์สำนักนึงที่ทำหนังสือได้ประเสริฐ

(ไม่มีบุญสัมพันธ์ นะ HA-HA-HA งงไปเลยล่ะซิ

มุขภายในองค์กรครับ คนนอกอาจจะไม่ Get)

มากมากครับ – – เบื่อจริงๆต้องคอยอธิบายพวกไม่ชอบอ่านหนังสือ

– – ในกรณีที่พวกนั้นยังคงทนอ่านได้ถึงบรรทัดนี้)  

คุณวาด รวี ได้เหน็บเข้าที่ชายโครงซ้ายของผมจนแทบหัก

ขณะที่ผมกำลังอ่าน ผู้ชายที่กำลังสืบพันธุ์ฉบับพิมพ์ครั้งแรกหน้า 72 ด้วย

 17.คนไทยจำนวนหนึ่งในปัจจุบันรู้สึกอับอายมากกับการสะกดภาษาอังกฤษผิด

แต่ถ้าสะกดภาษาไทยผิดจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา (หรืออายน้อยกว่า)

เป็นไงล่ะครับซี่โครงซ้ายแทบหักเลยมั๊ยล่ะครับ โดนเข้าไปอย่างนี้ ผู้ชายที่กำลังสืบพันธุ์ผมได้มาตอนไปร้านหนังสือพร้อมน้องสาวผม และเรามีคูปองลดราคา 50 บาท ที่กำหนดว่าต้องซื้อครบ 300 บาท

ถึงจะใช้คูปองได้ เป็นความลำบากมากเลยครับ

เพราะวันนั้นแทบจะไม่มีหนังสือเล่มที่ต้องตา ต้องใจ ต้องรัก

(วันหลังเดี๋ยวมีประเด็นจะเขียนถึง ต้องรัก และหนังที่เธอเล่นครับ

ไม่ใช่ประเด็นเรื่องนมของเธอแน่นอน)

ระหว่างที่กำลังพยายามแสวงหาหนังสือที่จะซื้อ

น้องสาวของผมมัน(ขอเรียกใช้สรรพนามเรียกมันว่า มัน หน่อยเถอะครับ

เพราะมันเหมาะกับสรรพนามนี้จริงๆ)

ก็ไปต้องรักเข้ากับประโยคหนึ่งใน ผู้ชายที่กำลังสืบพันธุ์ ที่กล่าวว่า

หญิงสาวยังต้องมีผัวเด็กน้อยยังต้องมีพ่อ1 เท่านั้นแหละครับ มันไม่ฟังอีล้าฆ่าอีลม

(- – วลีนี้ไม่มีในพจนานุกรรม ใครรู้ช่วยกันดูด้วยครับว่าผมมั่วหรือไม่

แล้วทำไมต้องเป็นอีล้ากับอีลม และ 2 คุณอีนี่เป็นใคร)

ตกลงปลงใจจะซื้อหนังสือเล่มนี้ ด้วยหมายว่าหนังสือเล่มนี้

เขียนโดยผู้หญิงที่มีทัศนคติดุๆดันๆต่อโลก

ตอนนั้นผมเองก็จำผิดไปว่าคุณวาด รวี คือ คุณคำ ผกา

เลยออกความเห็นสนับสนุนมันไปว่าถ้าอยากอ่านหนังสือแรงๆ

เล่มนี้น่าจะทำให้ได้สมดังใจหมาย

)

มันเป็นวงเล็บที่ยาวจริงๆครับ ถ้ามีการประกวดกัน ผมส่งเข้าประกวดแน่    ผมว่าวันนี้ผมพอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับเพราะดูเหมือนมันจะยาวไปแล้ว ไว้มาต่อครั้งหน้าดีกว่า ยาวไปเดี๋ยวจะเบื่อและหนีหายไปกันก่อน

ขอไม่จบเอาแบบ ว่านอนสอนง่าย ว่านอนสอนง่าย2

ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนกันจนบรรทัดสุดท้ายของ บทความแรกใน Blog ของผม มีความสุขนะครับชโย 

1 เป็นประโยคที่ คุณวาดรวี อ้างมาจาก คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุลอีกที่หนึ่ง2 ว่านอนสอนง่ายตรงข้ามกับดื้อ (ผู้เขียนขออธิบายกันมุกแป้ก)

Advertisements


ที่มา – – ที่ยังไม่มีที่ไป
December 6, 2006, 12:22 pm
Filed under: Uncategorized

ไม่รู้ว่า Bloger คนอื่นเค้าจะมีชื่อ Blog กันหรือไม่

แต่ Blog ของผม จะให้มันมีชื่อก็แล้วกันครับ

ในกะลาของผมคือ ชื่อที่ดีที่สุด

ที่ สติ+ปัญญา ของผมขณะนี้จะคิดออก

ครั้นจะยังไม่เฉลยที่มาของชื่อ

รอให้มีคนถามแล้วค่อยตอบกลับไป ก็กลัวว่าจะไม่มีใครถาม…

**************************************************************** 

ในกะลาของผม นั้นมาจาก

1. การที่ผมรู้สึกว่า ผมอยู่ในกะลาไม่ค่อยได้ออกไปเห็นโลกกว้าง อย่างที่มนุษย์ตัวเล็กๆที่อาศัยอยู่บนโลกกว้างๆ และกอปรไปด้วยความหลากหลายแตกต่าง พึงกระทำ

2. ผู้คนรอบข้างมักจะประณามผมว่า ผมอยู่ในกะลา

 – – ขอเท้าความครับ – –

 ผมเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนประจำของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่งานค่อนข้างหนัก

เวลากลับบ้านส่วนใหญ่คือหลังสองทุ่ม งานค่อนข้างยุ่งทั้งวัน

ซึ่งทำให้ระบบความคิดในกบาลของผมยุ่งเหยิงเสมอ

แทบไม่มีที่ว่างให้จินตนาการ และให้ความสนใจในมิติอื่นๆของผมได้แจ้งเกิด

เท่านี้ยังไม่พอครับ… เนื่องจากจำนวนวันลาที่จุ่มจิ๋มที่องค์กรมอบให้

จึงเป็นทางลำบากเลยครับ กับการหยุดไปท่องเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตาเป็นเวลานานๆ

ผมว่า…เท่านี้ ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงที่จะเป็นที่มา ข้อที่ 1.ของ ในกะลาของผม

– – เท้าความต่อครับ – –

ห้องพักที่ผมอาศัยอยู่ในระหว่างวันทำงานเป็นห้องพักของบริษัท

ซึ่งไม่มีทีวี วิทยุ มาให้ และผมก็ไม่ได้ทำให้มันมีขึ้นมา…

ผมมักจะถูกใครๆก็ตามที่ได้รู้ ถามเสมอว่า อยู่ได้ยังไงวะ ไม่มีทีวี

ผมไม่ได้ทำเท่ห์ (อุเทนห์ พรมมินทร์) ครับ ผมยืนยัน แต่ผมไม่ต้องการดูจริงๆ

เพราะเวลาว่างในแต่ละวันของผมนั้นสิบหมื่นน้อยนิด

เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมอยากจะทำ เคยมีเพื่อนที่เป็นห่วงและหวังดีบางคน

ถึงขนาดจะยกทีวีที่มีหลายเครื่องในห้องพัก มาให้ผมยืม…

หลังจากอยู่ที่ห้องพักนี้เป็นเวลาได้ปีครึ่ง

ผมก็สรุปกับตัวเองได้ว่าทีวีไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของผม

แม้ว่าบางครั้งจะไม่รู้เรื่องที่คนอื่นคุยกันถึงรายการในทีวีที่ดูมา

…และถูกประณามอยู่บ่อยๆ ว่าอยู่ในกะลา…

ผมว่า…เท่านี้ ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงที่จะเป็นที่มา ข้อที่ 2.ของ ในกะลาของผม

**************************************************************** 

ที่มาของชื่อ ในกะลาของผม ในข้อ 1.ผมไม่ค่อยพอใจนัก

เพราะมันเป็นกะลาที่คนอื่น (ระบบ – – Invisible Hand) เอามาครอบผมไว้

แต่ที่มาของชื่อในข้อ 2.ผมพอใจครับ

เพราะบางครั้งผมว่าคนเราควรมีกะลาส่วนตัว ไว้หลบความวุ่นวาย

ยุ่งเหยิง การแข่งขัน ความสับสน ข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ การโฆษณา ชวนเชื่อ

การโกหก หลอกลวง การสร้างภาพ ที่วิ่งมาปะทะเราโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว…

**************************************************************

ลองหลบความวุ่นวาย เข้ามาพัก ในกะลาของผม ของผมสักครู่สิครับ…

(ที่จริงมันอาจจะวุ่นวายสับสนมากกว่าภายนอกอีกครับ HA-HA-HA)

บางทีคุณกับผมอาจจะรู้จักกันมากขึ้น

บางทีเราอาจจะรักกันมากขึ้น

บางทีเราอาจจะเกลียดกันมากกว่าเดิม

บางทีคุณกับผมอาจจะทำให้กะลาใบนี้มันน่าอยู่ขึ้น

บางทีการทำให้โลกใบใหญ่ๆน่าอยู่อาจจะดูไกลเกินไป

เริ่มกันที่กะลาเล็กๆกันดูก่อนดีมั้ยครับ…